|
ถามใจ กกต.
ถ้าจะถามว่า กกต.วันนี้คิดอะไรอยู่? คำตอบน่าจะเป็น
1. กำหนดประกาศรายชื่อ ส.ว.ทั่วประเทศให้ทันวนที่ 21 มี.ค.2543
2. อำนวยการลงคะแนนเสียงใหม่ในจังหวัดที่ผู้ถูก แขวน ไม่อาจเคลียร์ตัวเองได้ ซึ่งยังไม่ทราบว่ามีจำนวนเท่าไร แต่เตรียมของบประมาณแล้ว 400 ล้านบาท
3. สำหรับผู้สมัคร ส.ว.จังหวัดใดที่ยังไม่ได้รับเชิญมาให้การกรณีทุจริตเลือกตั้ง อาจได้รับอานิสงส์จากเงื่อนเวลาที่จำกัดให้ได้เป็น ส.ว.ไปโดยปริยาย ใครข้องใจก็ให้ไปฟ้องร้องกันเอง
ปัญหาที่ต้องพิจารณาก็คือ กกต.ทำถูกต้องหรือไม่?
ข้อ 1 กกต. ไม่ควรขีดเส้นตายให้ตัวเองว่าจะต้องประกาศรายชื่อ ส.ว.ก่อนวันสิ้นสุดอายุของวุฒิสภาชุดเก่า เพียงเพื่อให้ ส.ว.ชุดใหม่ได้เข้าประชุมเพียง 4-5 วัน ก่อนไปเปิดประชุมอีกครั้งในเดือนมิถุนายนโน้น กกต.จึงควรใช้เวลาที่เหลือเฟือนี้วางบรรทัดฐานทางการเมืองตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ที่ต้องการได้ ส.ว.ที่มีความบริสุทธิ์ ซื่อสัตย์ มีความสามารถ เข้าทำงานและกำจัดผู้สมัคร ส.ว.ที่เชื่อว่ามีพฤติกรรมทุจริตในการเลือกตั้งออกไป
ข้อ 2 กกต.ไม่ควรปล่อยให้กรณีทุจริตการเลือกตั้งของจังหวัใดจังหวัดหนึ่งเงียบงันไปจนถึงวันประกาศรายชื่อ ส.ว. ทั้งๆ ที่มีหลักฐานเชื่อได้ว่ามีการซื้อเสียงรุนแรง หรือมีการข่มขู่สัญญาจากผู้สมัคร หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐที่สนับสนุนผู้สมัครผู้นั้นโดยมิชอบ ฯลฯ
หลักการสำคัญที่ กกต.ควรปฏิบัติ ณ วันนี้ คือ
1. หากมีหลักฐานที่เชื่อได้ว่า ผู้สมัคร ส.ว.จังหวัดใดทุจริต แทนที่จะ แขวน ก็ควรตัดสิทธิการเป็น ส.ว.ไปได้เลย ถ้าใช้บรรทัดฐานเช่นนี้ ตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญมาตรา 145(4) 2541 แม้จะต้องเลือกตั้งใหม่สักครึ่งค่อนประเทศก็ยังคุ้มกับการได้เกิดบรรยากาศปฏิรูปการเมือง จะของบมากกว่า 400 ล้านบาทก็คงไม่มีใครตำหนิ
2. การตัดสิทธิ์การเป็น ส.ว.แทนการ แขวน จนถึงวันประกาศรายชื่อ ส.ว. แปลว่าเมื่อมีการลงคะแนนเลือกตั้งใหม่ ผู้สมัคร ส.ว.ที่ไม่ถูกตัดสิทธิ์เท่านั้นจึงจะมีสิทธิ์รับเลือกตั้ง แต่หากผู้สมัคร ส.ว.ยังอยู่ในฐานะผู้ถูก แขวน และมีการลงคะแนนใหม่ สังคมจะเสี่ยงอย่างยิ่กับการที่ผู้สมัครอันตรายเหล่านี้จะเปิดมหกรรมซ้อเสียงอย่างมโหฬารอีกครั้ง
กกต.จึงควรชั่งน้ำหนักระหว่าง การสร้างบรรทัดฐานและธรรมเนียมปฏิบัติที่ดีเพื่อความพร้อมในอนาคตโดยยึดกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญที่ให้อำนาจจัดการกับผู้ทุจริตเด็ดขาดเป็นหลัก (แต่อาจได้รับความเกลียดชังจากผู้สมัคร ส.ว.เหล่านั้น) กับ การประกาศให้มีการลงคะแนนใหม่โดยมีผู้สมัคร ส.ว.หน้าเดิมๆ ที่เคยเชื่อกันว่าซื้อเสียงร่วมอยู่ในการนับคะแนนครั้งใหม่ (แต่ กกต.ต้องยอมรับความสูญสิ้นศรัทธาจากประชาชน)
การชั่งน้ำหนักต้องรับรู้ ผลที่ตามมา จากการตัดสินใจแต่ละด้านด้วย แม้ กกต.จะไม่แคร์ต่อศรัทธาของประชาชนก็ตาม
ผลที่ตามมาคืออะไร? ที่สำคัญก็คือ หาก กกต.ตัดสินใจผิด กกต.มิกลายเป็นองค์กรที่กำลังสนับสนุนกระบวนปล้นชาติ ในการปล่อยให้พวกซื้อเสียง ลงไปปฏิบัติการ ปล้นรอบสอง (ปรส.)ทางการเมืองหรือ
แล้วอะไรจะเหลือ เมื่อการเมืองต้องวิกฤต ตามหลังเศรษฐกิจที่หัวทิ่มจมธรณีไปแล้ว
มติชน 15 มีนาคม 43
|