untitled
viviti

» สโมสรแห่งไมตรี ปกิณกคดีแห่งชีวิต » อารยาฟอรั่ม อารยวิถีแห่งอารยชน » ระเบียงเรียงถ้อยแห่งความคิด ร้อยไมตรีจิตเพื่อแผ่นดิน » แบ่งปันความรู้ ที่อารยาฟอรั่ม » ระเบียงบ้านร้อยความคิด....สู่ปิยมิตร... นำความคิด...สู่ชีวิต » บ้านอารยา ภูมิคุ้มกันโลกาภิวัฒน์ » เติมวาทะใส่ปัญญา ที่บ้านอารยา » บ้านอารยา บ้านแห่งมิตรภาพ.

                    

หน้าแรก
บทความ
กระดานสนทนา
ติดต่อเรา

ข่าว หนังสือพิมพ์
กรุงเทพธุรกิจ
ข่าวสด
คมชัดลึก
ฐานเศรษฐกิจ
เดลินิวส
ไทยโพสต์
ไทยรัฐ
บางกอกโพสต์
ประชาชาติธุรกิจ
ผู้จัดการ

มติชน

สยามธุรกิจ

The Nation

ข่าวออนไลน์
ไทยรัฐเดลี่เว็บ

มีชัยไทยแลนด

สำนักข่าว INN

สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์

สำนักข่าวไทยออนไลน์

เอ็มเว็บนิวส

ข่าวท้องถิ่น
เชียงใหม่นิวส์

พัทยานิวส์

สาส์นใต้วิเคราะห์

หาดใหญ่ทูเดย

Phuket Gazette

ข่าว,หนังสือพิมพ์ต่างประเทศ
ABC News
Asahi Shimbun
Associated Press
Bangkok Shuho

CBS Sports Line

CNET

CNN
FOX News

MSNBC

NBC

New York Time

News Hub

Reuters

Time.com

USA Today

Washington Post

World Net Daily

Wried News

สถานีโทรทัศน์
ช่อง3
ช่อง5

ช่อง7

ช่อง9

ช่อง11

ไอทีว
เนชั่น

ยูบีซ

C31-Sydney
Fashion TV France

ITV(UK)

NTV

TBS Internet

TVO

 

บุคลิกของพรรค “ถิ่นไทย” 

            นับเป็นปรากฏการณ์ที่น่าสนใจยิ่ง เมื่อพรรคถิ่นไทย ซึ่งเพิ่งเปิดตัวได้ไม่ถึงเดือน ก็ติดอันดับนิยมอยู่ในแนวหน้า 5-6 พรรคแรก ติดกลุ่ม ไทยรักไทย ประชาธิปัตย์ ความหวังใหม่ ชาติไทย ชาติพัฒนา ในการจัดอันดับเมื่อปลายเดือนตุลาคมที่ผ่านมา

            แม้แต่พรรคการเมืองที่เคยเป็นถึงแกนนำหรือพรรคร่วมรัฐบาล อย่างเช่น พรรคกิจสังคม ประชากรไทย พลังธรรม ฯลฯ กลับต้องแผ่วลงโดยปริยาย ไม่ต้องพูดถึงพรรคเล็กพรรคน้อยอีกกว่า 50 พรรคที่ตกอยู่ในสภาพคล้ายคลึงกัน

            อะไรเป็นเงื่อนไขสำคัญที่พรรคถิ่นไทยกลายเป็นพรรคที่น่าจับตามองภายในเวลาอันสั้นได้ถึงขนาดนี้ อะไรที่สร้างความมั่นใจให้ประชาชนที่ห่วงใยอนาคตของบ้านเมือง เชื่อว่าพรรคถิ่นไทยน่าจะเป็นตัวเลือกสำคัญในการระดมพลังกอบกู้ประเทศชาติให้พ้นหายนะได้ไม่ว่าหลังการเลือกตั้งครั้งนี้พรรคถิ่นไทยจะมี ส.ส.เข้าสภามากน้อยอย่างไรก็ตาม?  คำตอบพอจะหาได้บ้างจากการที่ได้สดับทรรศนะแกนนำสำคัญของพรรคบางคน ดังนี้

            ประการแรก บรรยากาศของการปฏิรูปทางการเมือง  พรรคถิ่นไทยได้พบบทสรุปในการกำหนดนโยบายทางเศรษฐกิจการเมืองจากหลายแหล่งที่มาในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมาอย่างเด่นชัด เช่น จากการลองผิดลองถูกของพรรคแกนนำรัฐบาล จากการท้าทายอย่างเปิดเผยของบางพรรคที่มีต่อการทำงานขงรัฐบาลในนโยบายเศรษฐกิจโดยเฉพาะ จากองค์กรอิสระที่สนับสนุนและคัดค้านท่าทีของรัฐบาลในการตัดสินใจปัญหาของชาติในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งทั้งหลายทั้งปวงนี้ทำให้พรรคถิ่นไทยสามารถสังเคราะห์ได้ว่านโยบายที่เหมาะสมกับชาติบ้านเมืองที่สุดควรมีทิศทางและขบวนการการโอนอำนาจจากส่วนกลางสู่ชุมชนท้องถิ่นอย่างไร รวมทั้งในระยะสั้น จะต้องระดมพลังกอบกู้เศรษฐกิจของชาติให้กลับสู่สภาพพร้อมแข่งขันในยุคโลกาภิวัฒน์อย่างมีศักดิ์ศรีบนเวทีโลกได้อย่างไร

            ในการนี้พรรคถิ่นไทยก็ต้องมีปรัชญาในการบริหารพรรคที่ประกันได้ ถึงความต่อเนื่องในเชิงนโยบาย ตลอดถึงประสิทธิภาพในแนวทางที่จะนำมติมหาชนมาเป็นฐานและสนับสนุนการบริหารประเทศ ปรัชญาที่ว่านี้คือ “ประชามนตรี” ตรงนี้พรรคถิ่นไทยคงต้องการจะบอกว่า “รัฐ” ควรอ่อนลง และ “ประชา” ควรมีบทบาทเพิ่มเข้ามา “ประชามนตรี” จึงเกิดขึ้นมาล้อ “รัฐมนตรี”  ประชามนตรีจะประกอบด้วยตัวแทนประชาชนที่มีอำนาจเหนือการก่อนโยบายของพรรค หัวหน้าพรรคที่ขัดแย้งกับประชามนตรีอาจถูกถอดถอนหากไม่นำนโยบายจากประชามนตรีเข้าสู่การพิจารณาในระดับรัฐสภา และ/หรือ คณะรัฐมนตรี พรรคถิ่นไทยจะยึดปรัชญานี้มั่นคงอย่างไรคงต้องดูกันต่อไป

            ประการที่สอง ศักยภาพของแกนนำพรรคถิ่นไทย  พรรคถิ่นไทยมีแกนนำที่ค่อนข้างตกผลึกในด้านความคิด มีความตั้งใจดี และส่วนใหญ่รู้ตัวว่ากำลังทำอะไร  ทุกคนตระหนักดีว่า อุปสรรคของพรรคถิ่นไทยมิใช่อยู่ที่การเป็นพรรคเล็ก แต่อยู่ที่รัฐบาลที่ตั้งขึ้นมีนโยบายอยู่ในทิศทางเดียวกันกับที่พรรคถิ่นไทยต้องการกอบกู้เอกราฃของชาติหรือไม่ การไม่ได้เข้าร่วมรัฐบาลไม่เป็นอุปสรรคในการทำในการทำการเมืองของพรรค ผู้นำของพรรคถิ่นไทยมีความเห็นสอดคล้องกันอย่างน่าฟังว่า ถ้าการเข้าเป็นรัฐบาลที่ต้องดำเนินการขัดแย้งกับนโยบายของพรรค จะเป็นผลเสียต่อชาติมากกว่า แต่การได้ทำงานภายในพรรคตามนโยบายของพรรคโดยไม่เข้าร่วมรัฐบาลที่มีนโยบายขัดแย้งกันจะก่อให้เกิดผลดีต่อชาติมากกว่า  ทั้งนี้เพราะพรรคถิ่นไทยมีนักเศรษฐศาสตร์ที่เข้าใจหลักความพอเพียงในแนว MORAL ECONOMY  ว่าแตกต่างจากหลักเศรษฐศาสตร์ทุนนิยม (CAPITALIST Economy) อย่างไร พรรคถิ่นไทยมีนักรัฐศาสตร์ที่เข้าใจแก่นแท้ของ “ธรรมศาสตร์” (MORAL POLITICS และ MORAL GOVERNMENT) ว่าแตกต่างไปจากหลักของประชาธิปไตยตะวันตก (WESTERN DEMOCRACY) อย่างไร พรรคถิ่นไทยเข้าใจความแตกต่างระหว่างนักกฎหมาย กับนักนิติศาสตร์เป็นอย่างดี พรรคถิ่นไทยมีนักนิเวศน์วิทยาที่มิใช่เข้าใจแค่ปัญหาสิ่งแวดล้อมเท่านั้น แต่ทราบว่าจะใช้หรือผลิตเทคโนโลยีใดที่เหมาะสมกับทรัพยากรที่แตกต่างกันตามสภาพแวดล้อมของท้องถิ่นเพื่อสร้างสังคมที่พัฒนามาตรฐานและวิถีชีวิตของประชาชนให้อยู่กับธรรมชาติอย่างสงบสุขและสบายอย่างไร ศักยภาพเหล่านี้พรรคถิ่นไทยอ้างว่ามรพร้อมที่จะเผชิญกับปัญหาของชาติได้อย่างมีความมั่นใจค่อนข้างสูง

            ประการที่สาม  การไม่ยึดคติที่ว่า Might is Right  พรรคถิ่นไทยยึด  Might for Right แปลว่า ความถูกต้องมาก่อน มีความถูกต้องสั่งสมมากเท่าไร โอกาสที่จะได้มาซึ่งอำนาจก็จะตามมาเอง ช้าเร็วไม่สำคัญ ตราบเท่าที่อำนาจนั้นเป็นอำนาจของประชาชน หลักการนี้แกนนำพรรคถิ่นไทยระบุว่า ได้ถูกมองข้ามมาจากทุกพรรคมาตลอดอย่างน่าเสียดาย หลายพรรครวมทั้งพรรคที่เกิดใหม่มองอำนาจว่าเป็นทั้งเป้าหมายและวิถีทางในตัวของมันเอง อย่างดีที่สุดก็คือประกาศว่าไม่ต้องการอำนาจ ไม่มีใครในพรรคหวังเป็นรัฐมนตรี ไม่ต้องการเป็นทั้งรัฐบาล และฝ่ายค้านอ้างว่าจะใฝ่แต่ธรรมะ เพื่อเอาใจประชาชนที่เห็นว่าอำนาจการเมืองเป็นเรื่องสกปรก ซึ่งก็เคยได้ผลมาแล้วจากการเกิดกระแสสนับสนุน “ธรรมะ”จนได้เข้ามาครอบครองอำนาจรัฐโดยปริยาย ผลลัพธ์ก็คือความล่มสลายของพรรค เมื่อความจริงปรากฏว่าจุดยืนแท้จริงหาใช่อุดมการณ์แต่เป็นเพียงการชูตัวบุคคล ถึงวันนี้ยุคของ “บุคลาธิษฐาน”  จึงน่าจะหมดไปได้แล้ว

            พรรคถิ่นไทย จะมองว่าการเลือกตั้งเป็นเพียงกิจกรรม “หนึ่ง” เท่านั้น และจะมีอีกหลากหลายกิจกรรมที่จะต้องดำเนินการผ่านนโยบายสำคัญๆ  ที่ปฏิบัติได้จริงทั้งในกรณีเฉพาะหน้า “วาระแห่งชาติ”  (national agenda) และในส่วนที่เป็นวิสัยทัศน์ (VISION)  ซึ่งในประการหลังนั้น ไม่ว่ารัฐบาลใดขึ้นมาก็ควรยึดถือปฏิบัติเพื่อความเป็นเอกภาพทางการเมือง เศรษฐกิจและวัฒนธรรม พรรคถิ่นไทยถือว่า เสียงส่วนน้อยจะต้องได้รับการเคารพ แม้ประชาธิปไตยจะอาศัยเสียงส่วนใหญ่ แต่การที่พอมีพวกมากแล้วก็ต้องลากกันไปนั้นมิใช่วิสัยของนักประชาธิปไตยอย่างแน่นอน ประเด็นสำคัญอยู่ที่ประชาชนส่วนใหญ่จะได้อะไรมากกว่า

            ประการสุดท้าย  แนวนโยบายที่ปฏิบัติได้ในช่วงวิกฤตและในอนาคต  สำหรับนโยบายระยะสั้นที่ต้องการ “กู้ชาติ เพื่อกลับความเป็นไท”  พรรคถิ่นไทยระบุว่า

            1   เศรษฐกิจไทยจะฟื้นตัวได้ด้วยหลักการพึ่งพาตัวเอง แต่ขณะนี้การพึ่งพาตัวเองจะเกิดขึ้นไม่ได้ถ้ารัฐบาลยังต้องรับภาระใช้หนี้ IMF ทันทีหลังการเลือกตั้ง ฉะนั้นการพักหนี้กับ IMF มีความจำเป็นอันดับแรก ภาษีอากรของประชาชนปีละ 1 แสนล้านบาทจะต้องนำมาฟื้นฟูเศรษฐกิจของของชาติแทนการนำไปชำระหนี้ ต่อเมื่อเศรษฐกิจฟื้นตัวแล้ว การเร่งชำระหนี้ก็อาจทำได้คล่องตัวกว่า มิฉะนั้นการนำประเทศจะล้มลุกคลุกคลานโดยเศรษฐกิจก็ไม่ฟื้น การชำระหนี้ก็ทำไม่ได้ รังแต่จะทำให้ประเทศสูญเสียความเชื่อถือไม่รู้จบสิ้น หลักการนี้ไม่ได้ทำให้ประเทศต้องเสียหน้า แต่เป็นหลักสากลที่เจ้าหนี้พบว่าจะได้ประโยชน์กลับคืนเร็วกว่าการตั้งหน้าตั้งตาทวงลูกหนี้ที่หมดทางใช้คืน

            2   ต้องมีการทบทวนนโยบายการค้าเสรี เพื่อมิให้ประเทศไทยต้องตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบ เช่นหามาตรการป้องกันการเก็งกำไรอัตราแลกเปลี่ยน หรือมาตรการป้องกันภาคเอกชนมิให้ตกเป็นหนี้จากการเปิดสำนักงานกิจการวิเทศธนกิจ (BIBF) รวมทั้งให้ความเป็นธรรมกับเกษตรกรผ่านการแทรกแซงราคาสินค้าเกษตรกรรมโดยรัฐ โดยไม่เสียความชอบธรรมในความหมายของการค้าเสรี

            3   เร่งความพร้อมให้กับชุมชนท้องถิ่นโดยส่งเสริมให้เกษตรกรเป็นผู้ประกอบการผ่านระบบสหกรณ์ มีการตั้งธนาคารท้องถิ่น เพื่อให้เกิดการจ้างแรงงานและสร้างตลาดชนบทอย่างกว้างขวางได้ สังคมเกษตรกรรมอย่างไทยต้องอาศัยฐานผลิตที่ชนบทก่อนที่สังคมจะก้าวสู่ความเป็นเมืองอย่างมีบูรณาการ

            สำหรับนโยบายระยะยาว พรรคถิ่นไทยจะดำเนินตามกรอบขของรัฐธรรมนูญที่จะต้องคืนอำนาจสู่ชุมชนผ่านหลักการกระจายอำนาจ แต่ต้องคำนึงความพร้อมของแต่ละท้องถิ่นที่มีศักยภาพแตกต่างกัน กล่าวคือรัฐบาลจะต้องยืดหยุ่นเงื่อนเวลาในการกระจายอำนาจ มิใช่ระบุว่าภายในเท่านั้นเท่านี้ปี เทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบล หรือ จังหวัด หรือเมือง ทุกแห่งจะต้องบริหารการศึกษา จัดระบบการเก็บภาษีอากร สาธารณูปโภค ฯลฯ ครบถ้วน แต่รัฐบาลจะต้องจัดองค์กรเฉพาะท้องถิ่นสนับสนุนให้เกิดความพร้อมก่อนที่ชุมชนจะรับมอบอำนาจจากส่วนกลาง เพื่อให้เกิดความมีอิสระและความชอบธรรมในการใช้อำนาจอย่างมีเอกภาพพอตัว และในขณะเดียวกันรัฐจะต้องไม่พยายามสงวนอำนาจไว้กับส่วนกลาง โดยอ้างความไม่พร้อมของท้องถิ่นทั้งๆ ที่มีโอกาสสนับสนุนให้เกิดความพร้อมนั้นได้

            คงจะพอสรุปได้ว่าพรรคถิ่นไทยคงมิได้ตั้งขึ้นมาเพื่อชูบุคคลหรือกลุ่มใดว่าเป็นผู้วิเศษ พรรคถิ่นไทยคงมิใช่ฟางลอยน้ำส่อให้ประชากรที่กำลังลอยคออย่างเหนื่อยล้าโผเข้าเกาะแล้วก็ดิ่งจมหายไปในวังวน พรรคถิ่นไทยคงเคารพในกฎ กติกา มารยาท ทางการเมือง ที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน ทั้งนี้เพื่อแสดงความเป็นผู้นำในการสร้างธรรมเนียมปฏิบัติ และวัฒนธรรมทางการเมืองให้ลูกหลานไทยได้ยึดถือปฏิบัติต่อไป บทพิสูจน์ของพรรคถิ่นไทยคงมิได้อยู่ที่ผลการเลือกตั้งว่า พรรคเล็กๆ พรรคนี้จะสร้างกระแสหวือหวาภายในอีกเดือนกว่า ๆ นี้หรือไม่ แต่อยู่ที่จิตวิญญาณของสมาชิกพรรคโดยรวมว่าจะตระหนักในภารกิจของชาติที่จะประสานประโยชน์ให้เกิดมรรคผลกับสังคมไทยขึ้นได้ ตามปรัชญานโยบายของพรรคได้อย่างไรในกรณีที่มีโอกาสเข้าร่วมรัฐบาล และหากมิได้เข้าร่วมรัฐบาลครั้งนี้ พรรคถิ่นไทยจะมีอะไรให้สังคมศรัทธราเพิ่มมากขึ้น โดยหวังว่าอุดมการณ์จะไม่ถูกกลืนกลาย หรือมีอันเป็นไปเสียก่อน

 

มติชน 9 พฤศจิกายน 2543

 

 

 

Copyright © 2007 AryaForum. All rights reserved.
 


Web Hosting · Blog · Guestbooks · Message Forums · Mailing Lists
Easiest Website Builder ever! · Build your own toolbar · Free Talking Character · Email Marketing
powered by a free webtools company bravenet.com